ธุรกิจศิลปินไอดอลไทย ความสำเร็จ และ แนวโน้มในปี 2021

                ในช่วงจังหวะที่อุตสาหกรรมดนตรีในไทยหดตัวลงมาก การขายสินค้าประเภทเทปเพลงและแผ่น CD ได้ หมดยุคไปแล้วธุรกิจระบบดาวน์โหลดเพลงที่ขึ้นมาแทน ก็ประสบปัญหาด้านราย ปัญหาการดาวน์โหลดเพลงแบบละเมิดลิขสิทธิ์

                BNK48 Office จังตัดสินใจทำธุรกิจศิลปินไอดอลที่ให้ ความสำคัญกับการเล่าเรื่องราวการพัฒนาตนเองของเด็กสาวที่มาเป็นศิลปิน การทำคอนเทนท์ที่น่าสนใจ และการบริหารแฟนคลับ โดยใช้เพลงเป็นตัวประกอบตามแบบอย่างของ AKB48 ไม่ยึดติดกับรูปแบบอุตสาหกรรมดนตรีของไทยที่ผ่านมา ซึ่งเน้นการหารายได้ จากการขายโชว์ การร้องเพลง เล่นดนตรีของศิลปิน และการขายดาวน์โหลดเพลง

ต้นกำเนิดศิลปินไอดอลกรุ๊ปจากญี่ปุ่น

                การทำธุรกิจตามแนวคิด “Idols you can meet” ซึ่ง ยาสึชิ อากิโมโตะ โปรดิวเซอร์ ของ AKB48 วางไว้คือ คัดเลือกสมาชิกวงจากเด็กสาวในช่วงอายุวัยรุ่นตอนต้นถึงตอนกลางจากทั่วประเทศ มาออดิชั่นโดยเด็กสาวที่ผ่านการออดิชั่นส่วนใหญ่เป็นคนที่พบเจอได้ ตามท้องถนนทั่วๆ ไป ไม่ได้สวยสะดุดตา ซึ่งเป็นจุดแข็ง ของ AKB48 เพราะลุคแบบนี้เองทำให้ แฟนคลับของวงเข้าถึง รู้สึกผูกพันกับสมาชิกของวงและตามเชียร์ อย่างเหนียวแน่น

                รวมทั้งใช้วิธีการกระตุ้นให้ สมาชิกของวงมีการแข่งขันกันพัฒนาความสามารถไม่ให้หลุดจากว งด้วยการเปิดรับสมาชิกรุ่นต่อมาต่อทันทีที่สมาชิก AKB48 รุ่นแรกเริ่มเป็นที่รู้จัก ประกอบกับการมีสมาชิกของวงจำนวนมากทำให้ สมาชิกมีความหลากหลาย ผู้ชมมีโอกาสที่จะถูกใจสมาชิกสักคนของวงและกลายเป็น แฟนคลับของ AKB48

กลวิธีทางธุรกิจของบริษัท BNK48 OFFICE

                 ทางบริษัท BNK48 OFFICE ได้ ใช้ ช่องทางหลายช่องทาง ในการนำเสนอเรื่องราวของสมาชิก BNK48 ทั้งทางรายการโทรทั ศน์ BNK48 Senpai ที่ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 SD ระหว่างวันที่ 1-30 มีนาคม พ.ศ. 2560 และช่องทางที่สำคัญมาก ๆ คือ Social Media ซึ่งเป็นช่องทางที่ได้ระบุไว้ในแผนธุรกิจที่ส่งให้ ทาง Office 48 ที่ญี่ปุ่นว่าจะใช้ เป็นช่องทาง ในการนำเสนอ BNK48 โดยแผนงานนี้ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมคือ ดิจิตัลไลฟ์ นอกจากนี้ยัง พบว่าเหล่าสมาชิก BNK48 ยังคอยอัพเดทเรื่องราวของเธอบนโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram อยู่เรื่อย ๆ ทำให้แฟนคลับได้รู้และติดตามเรื่องราวของเธออย่างสม่ำเสมอ1

                การดัดแปลงเนื้อหาของเพลงจากการเล่าเรื่องแบบญี่ปุ่นมาเป็นการเล่าเรื่องด้วยภาษาและเนื้อหา แบบที่คนไทยคุ้น เมื่อประกอบเข้ากับ ทำนองเพลง ท่าเต้นและชุดแต่งตัวของ BNK48 ที่ใช้ แบบจากญี่ปุ่น ที่แปลกใหม่ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้ เพลงของ BNK48 ถูกใจผู้ฟัง เพลง “Koisuru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย)” ซิงเกิ้ลที่ได้รับความนิยม อย่างสูงของ BNK48 ได้รับความนิยมเนื่องจากเนื้อเพลงน่ารักทำนองจังหวะเพลงเรียบเรียงได้ดี ถูกหูคนฟัง และมาในช่วงจังหวะที่วงการเพลงไทยขาดเพลงแบบนี้มานานมากแล้ว

                วิธีทางการตลาดอีกอย่างที่ BNK48 ใช้ ตามแนวทางของ AKB48 ได้ แก่ การจัดอีเวนต์ “งานจับมือ” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้ แฟนคลับได้ มาพบปะพูดคุยกับไอดอลได้ อย่างใกล้ชิดโดยใช้ บัตรจับมือที่แนบมากับแผ่นซิงเกิ้ล ของวงที่แฟนคลับได้ ซื้อไป เมื่อถึงอีเวนต์ แฟนคลับก็นำบัตรจับมือไปสถานที่จัดอีเวนต์แล้วต่อแถวที่เลนของสมาชิก BNK48 คนที่ตนชื่นชอบเพื่อจับมือพูดคุยกับไอดอลที่ตนชื่นชอบตามเวลาที่บริษัท BNK48 OFFICE กำหนด จากงานจับมือ BNK48 ที่ได้จัดขึ้นแล้ว มีแฟนคลับที่ซื้อซิงเกิ้ลของ BNK48 แล้วมาร่วมงานจับมือ มากกว่า 10,000 คนเพื่อพบเจอไอดอลที่ตนชื่นชอบ มาให้ กำลังใจไอดอล หรือมารับกำลังใจจากไอดอล เป็นการแลกเปลี่ยนเพื่อรับความสุขความสบายใจจากงานจับมือไอดอล

เหตุปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจศิลปินไอดอล BNK48 ประสบความสำเร็จ

                จุดเปลี่ยนสำคัญของกลุ่มแฟนคลับวง BNK48 เกิดขึ้นเมื่อซิงเกิ้ล “Koisuru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย)” เป็นกระแสโด่งดังในสังคมทำให้ วง BNK48 เป็นที่รู้จักและเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้นในสังคม ผลที่ตามมาจากกระแสนี้คือ มีแฟนคลับติดตามวงเพิ่มขึ้นอย่างมาก

                เรียกได้ว่าเพลงคุกกี้เสี่ยงทายเปิดโอกาสให้คนที่สนใจกระแสได้ เข้ามาทำความรู้จักกับวง BNK48 เห็นได้ชัดว่าว่าในอีเวนต์งานจับมือของซิงเกิ้ลคุ๊กกี้เสี่ยงทายมีคนมาเข้าแถวจับมือไอดอล BNK48 เยอะมาก โดยคนที่เพิ่งเข้ามาติดตามวง BNK48 ตามกระแสคุกกี้เสี่ยงทายฟีเวอร์นี้ส่วนหนึ่งจะกลายเป็นแฟนคลับที่เข้าร่วม

รูปแบบธุรกิจที่จุดประกายให้กับวงการศิลปินไอดอลกรุ๊ป

                หลังจากที่วง BNK48 ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ กลุ่มธุรกิจเพลงก็ได้มีการนำ “โมเดลธุรกิจ” นี้ไปใช้ในการปั้นศิลปินไอดอลกรุ๊ป ซึ่งทำให้เกิดวงไอดดอลกรุ๊ปใหม่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ด้วยแนวคิดเดียวกันนั้นคือ เน้นไปที่การที่เข้าถึงได้ง่าย จุดเด่นอยู่ที่ตัวของเมมเบอร์ของไอดอลกรุ๊ปวงนั้นๆ ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างจาก BNK48 อยู่บ้าง เช่นระบบการคัดเลือกสมาชิกที่จะได้อยู่ในผลงานเพลง ด้วยวงไอดอลกรุ๊ปใหม่ๆนั้นมักจะมีจำนวนสมาชิกที่ไม่มาก ขั้นตอนสำหรับการคัดเลือกสมาชิกในแต่ละเพลงนั้น จึงจบไปตั้งแต่ประกาศสมาชิกตัวจริงหลังจากการ Audition และไม่มีการคัดเลือกใหม่อีก แต่ยังคงมีการคัดเลือกสมาชิกเพื่อรับตำแหน่งในแต่ละเพลงอยู่

                ที่ผ่านมาเคยมีผู้รวบรวมข้อมูลไว้ว่าในปี 2019 ประเทศไทย มีศิลปินไอดอลกรุ๊ป มากถึง 40 วง และในปัจจุบัน อาจจะมีรวมๆแล้วมากถึง 100 วง ที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ต้องยอบรับว่าวงที่เกิดขึ้นใหม่จำนวนมากก็จริง แค่คนที่จะรู้จักแค่เพียงแฟนคลับเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ไม่ได้มีกระแส หรือ สื่อที่ช่วยทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ช่องทางออนไลน์กลยุทธหลักของธุรกิจเกิร์ลกรุ๊ปในประเทศไทย

                หนึ่งในกลยุทธที่ทำให้ศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปใหม่ๆ เป็นที่รู้จักนั้นคือรายการค้นหาศิลปิน ถ้าจะพูดถึงรายการ ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย หรือ The Star ก็คงเป็นที่รู้จักกันอย่างดี ด้วยรูปแบบรายการเรียลริตี้ที่ออกอากาศหลักทางสื่อหลักและมีการพูดถึงต่อบนสื่อโซเชียวมีเดีย ตลอดระยะเวลาการแข่งขันและคัดเลือกผู้ที่ได้เป็นสมาชิกของวงเกิร์ลกรุ๊ป ทำให้เป็นที่รู้จักของผู้ชมในวงกว้าง ตั้งแต่การเปิดรับสมัครในรอบ Audition เลยทีเดี่ยว รายการเกิร์ลกรุ๊ปที่เป็นที่รู้จักได้แก่ 4EVE Girl Group Star และ Idol Paradise

                หลังจากรายการแข่งขันที่นำไอดอลกรุ๊ปและเกิร์ลกรุ๊ปมาประชันความสามารถกันในรายการ LodiX Next Idol อีกหนึ่งรายการเพลงที่ปลุกกระแสวงการเพลงให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งนั้นคือรายการ T-pop Stage รายการที่รวมเพลง POP จากทุกสังกัดทุกค่ายไว้บนเวทีเดียวแบ่งออกเป็นหลายได้แก่ ช่วง Come Back เป็นการแสดงจากศิลปินที่เป็นที่มีชื่อเสียง ช่วง Special Guest การแสดงจากศิลปินสุดพิเศษ ศิลปินหน้าใหม่ และ มีการประกาศผล Music Of The week / Rookie Of The Week โดยคะแนนมาจากช่องทางออนไลน์ ได้แก่ ยอดวิวบน Youtube ยอดฟังทาง Music Streaming และการโหวตผ่านทางเฟสบุ๊คโพล

                อีกหนึ่งช่องทางคือการจัดงานอีเวนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการจัดงานเพื่อให้แฟนคลับได้พบปะกับศิลปิน ไอดอลกรุ๊ป ได้มาพูดคุยรับชม การแสดงและเลือกซื้อสินค้าต่างๆ การจัดอีเวนต์ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับศิลปินไอดอลกรุ๊ป แต่ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ทำให้หลายๆวงต้องปรับตัวด้วยการจัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ แทนการจัดงานตามปรกติ

ทิศทางวงการเกิร์ลกรุ๊ป ไอดอลกรุ๊ปในประเทศไทย

                ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาในช่วงที่วงการศิลปินไอดอลกรุ๊ปกำลังอยู่ในช่วงขาลง ด้วยรูปแบบธุรกิจเดิมๆ ที่ดูจะสร้างความจำเจให้กับแฟนคลับ วงไอดอลกรุ๊ปส่วนใหญ่เน้นการขายสินค้าเพื่อสร้างรายได้ให้กับวง มากกว่าการสร้างผลงานให้แฟนคลับได้เห็นถึงการพัฒนา ความพยายาม ของสมาชิก รวมถึง BNK48 เองก็มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของบริษัทจากการทำธุรกิจศิลปินไปดอลกรุ๊ปหญิงอย่างเดียว ได้เปลี่ยนแปลงมาเป็น iAM โดยเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการบริหารศิลปินแทนการดูแลศิลปินอย่างเดียว ได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นการดูแล ทาเลนท์ ที่ไม่ใช่แค่ศิลปินและเพลงเท่านั้น ซึ่งครอบคลุม ทั้ง ศิลปิน ชาย-หญิง นักแสดง ไอดอลกรุ๊ป และ อิฟูเลนเซอร์

ศิลปินไอดอลกรุ๊ป เกิร์ลกรุ๊ป ธุรกิจที่อาศัย ความชอบ คุณภาพ ศักยภาพ

                ศิลปินไอดอลกรุ๊ป อาจจะเป็นรูปแบบของธุรกิจใหม่ในช่วงแรก ที่ขายความพยายามของศิลปิน แต่เมื่อส่วนแบ่งทางการตลาดส่วนใหญ่ปฏิเสธไมได้ว่าเป็นของวง BNK48 ไปเสียแล้วซึ่งในช่วงปีแรกเคยมีคนประเมินว่า BNK48 มีส่วนแบ่งของตลาดศิลปินไอดอลกรุ๊ปถึง 80% ซึ่งการเกิดขึ้นของศิลปินไอดอลกรุ๊ปวงใหม่ๆ นั้นมีส่วนแบ่งแค่ 20% หรือน้อยกว่านั้น แต่จำนวนของวงศิลปินที่อยู่ใน 20% นั้นมีจำนวนมากจึงทำให้การแข่งขันอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากกลุ่มแฟนคลับไมได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับจำนวนวงที่เพิ่มขึ้นมาก

                โอกาสของศิลปินไอดอลกรุ๊ปกลุ่มใหม่ๆ ได้มาจากกลุ่มแฟนคลับของ BNK48 ที่เปลี่ยนใจ หรือไม่พอใจกับ คุณภาพของสินค้า หรือ ผิดหวังจากศิลปินที่ตนเองชื่นชอบออกจากวงไปแล้ว จึงหันมาศึกษาศิลปินไอดอลกรุ๊ปใหม่ในฐานะทางเลือก ที่อาจจะได้รับความใกล้ชิดมากกว่า หรือได้คุณภาพสินค้าที่ดีกว่า เป็นหนึ่งโอกาสของศิลปินไอดอลกรุ๊ปที่สามารถเพิ่มแฟนคลับได้

                อีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นอุปสรรคของวงไอดอลกรุ๊ปนั่นคือเรื่องของ เพลง ถึงแม้ว่าเพลงของศิลปินไอดอลกรุ๊ปโดยส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่มีความหมายไปในการให้กำลังใจมีจังหว่ะสนุก แต่ รูปแบบของเพลงยังไม่ติดหู และยังเข้าถึงคนทั่วไป เนื่องจากเพลงไอดอลกรุ๊ปส่วนใหญ่จะออกแบบมาสำหรับแฟนคลับเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้แฟนคลับสามารถทำการเชียร์ไปพร้อมกับการแสดงบนเวทีของศิลปินได้ แต่ก็เป็นเอกลักษณ์ของศิลปินไอดอลกรุ๊ป ซึ่งถ้าปรับเปลี่ยนแนวเพลงให้ฟังง่ายขึ้นก็มีโอกาสที่จะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปได้ง่ายขึ้น

                เกิร์ลกรุ๊ปในยุคที่โซเชียวมีเดีย ไม่ได้เป็นที่รู้จักเพราะการโปรโมทจากค่ายใหญ่หรือค่ายดังอีกแล้ว แต่มาจากกระแสจากช่องทางโซเชียวมีเดียร์ต่างๆ โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน “Tiktok” ที่เป็นการสร้างเนื้อหาสั้นๆ 15 วินาที จากท่อนฮุคที่ทำให้คนเต้นตามได้ ถึงแม้จะไม่เคยรู้จักศิลปินมาก่อน แต่ต้องเคยได้ยินเพลงของเกิร์ลกรุ๊ปแน่นอนไม่มากก็น้อย เนื่องจากเพลงที่เข้าถึงคนทั่วไปโดยง่าย เป็นเพลงจังหว่ะสนุกๆ ฟังแล้วติดหูร้องตามได้ เต้นตามได้ ซึ่งเพลงของเกิร์ลกรุ๊ป ส่วนใหญ่ก็จะออกมาในแนวเพลง T-pop ที่คุ้นหูคนไทยอยู่แล้ว จึงไม่ยากที่จะทำให้บุคคลทั่วไปหันมาสนใจ และ หาข้อมูลเกี่ยวกับศิลปินวงนั้นๆ เพิ่มเติม

                สุดท้ายเรื่องที่สำคัญที่สุด ของทั้งเกิร์ลกรุ๊ป และ ไอดอลกรุ๊ป นั่นคือกลุ่มแฟนคลับ ที่สุดท้ายแล้วจะเข้าค่อยสนับสนุนศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบหรือก็คือลูกค้ากลุ่มหลักนั่นเอง นอกจากนั้นแล้วกลุ่มแฟนคลับยังเป็นกำลังใจให้กับศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบ จะเห็นกว่าในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดการแข่งขันทางธุรกิจซึ่ง ผลประโยชน์จริงๆ ก็ตกอยู่ที่ผู้บริโภค เพราะผู้ผลิตก็ต้องผลิตผลงานให้มีคุณภาพ ทั้งเพลง มิวสิกวีดีโอ และ สินค้า เพื่อรักษาแฟนคลับของตัวเองไว้